Shaft : เเชฟท์ เลือด​ตำรวจพันธุ์​ดิบ​ หนังดี Netflix

Shaft มือปราบผิวเข้มผู้ไม่เกรงกลัวอิทธิผลใดๆ

Shaft มือปราบผิวเข้มผู้ไม่เกรงกลัวอิทธิผลใดๆ

Shaft มือปราบผิวเข้มผู้ไม่เกรงกลัวอิทธิผลใดๆ และเป็นที่เกรงขามของเหล่าอาชญากร ได้กลับมาอีกครั้งโดยยังคงได้นักแสดงรุ่นใหญ่ Samuel L. Jackson (ซามูเอล แอล. แจ็กสัน) กลับมารับบทนักสืบ John Shaft เช่นเดิม ภายใต้การกำกับของ Tim Story (ทิม สตอรี) ที่เคยมีผลงานแอคชันอย่าง Taxi (2004), Fantastic Four (2005) และ Ride Along (2014)

Shaft เป็น ภาพยนตร์ แอ คชั นที่ บรรลุความสำเร็จ อย่างยิ่ง เมือ ปี 1971 ซึ่ง เป็น ภาพยนตร์เรื่อง แรก ๆ ของ ฮอลลีวูด ที่ มีตัวครหลัก ฉาย เดียว เป็น ดาราหนัง ผิวต่ำา นั่น คือ RichardRoundtree (ริชาร์ด ราว ด์ทรี ) โดยมี บุคลิกลักษณะ เป็น แต่งตัว ดี เป็นที่ชอบใจของ ผู้หญิงท่าทางน่าเกรงขาม พูดจา โผงผาง ไม่สนใจ อิทธิพล หน้า ไหน รวมทั้ง ขยัน ปล่อย ศคม โก้เก๋อยู่ หลายครั้ง

และ ที่ เป็นการกลับมา อย่างน่าชม แล้วก็ ประสบผลสำเร็จ เอามา กๆ คือ Shaft (2000) ที่เป็นการรีบุตเรื่องราว เสีย ใหม่ โดย ให้ Samuel L. Jackson (ซามูเอ ล แอล. แจ็กสัน) เล่นบท เปิ่น หลานชาย ของ Shaft ที่ มีฝีมือดุเดือด ไม่ แพ้ กัน ภายใต้การควบคุมของ JohnSingleton (จอห์น ซิงเกิล ตัน) ที่เคยส่งผลงาน ที่ น่า จำอย่าง Boy n the Hood (1991)รวมถึง ภาพยนตร์ ใน สมัย หลังๆ อย่าง 2 Fast 2 Furious (2003) รวมทั้ง Four Brothers(2005)

สำหรับ Shaft (2019) นั้น เป็นเรื่องราว ของ John Shaft r. (สวมบท โดย เจสซี อัชเชอร์)เจ้าหน้าที่ วิเคราะห์ ต้าน ไซ เบอร์ ของ เอฟบ๊เอ ที่นพบว่า เพื่อนซี้ ของตัวเอง ใน วัยเด็ก ได้ ถูกฆ่าตาย อย่างน่าสงสัย แต่ว่า เนื่องจาก กระบวนกรยุติธรรม ไม่เอื้อ ให้เขา พิสูจน์ ความจริง ได้ขา ก็เลย จะต้อง หันไป พึ่งจะ พา บิดา ของ เขา John Shaft ( สวมบท โดย ซามูเอล แอล.แจ็กสัน ) นั่นเอง ซึ่ง เป็น บุคคล ที Maya แม่ ของ เขา ( สวมบท โดย เร จินา ฮอล) ไม่ต้องการให้ พบเจอมากที่สุด

เดินเรื่องดี แต่บทจืดไปหน่อย
เนื่องจาก Shaft (2019) ห่างหายจากภาคก่อนไปนานถึง 19 ปี จึงได้มีการเปิดเรื่องย้อนหลังไปในปี 1989 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Maya เห็นแล้วว่าการมีชีวิตอยู่ในโลกของ Shaft นั้นอันตรายมาก จึงได้ตัดสินใจแยกออกมาเลี้ยงลูกตามลำพังโดย Shaft ยังคงส่งของขวัญแสดงความคิดถึงต่อลูกของเขาในทุกๆ ปี จากนั้นก็ตัดสลับภาพไปอย่างรวดเร็วมาจนถึงยุคปัจจุบัน

ต้องยอมรับว่าผู้กำกับ ทิม สตอรี สามารถเดินเรื่อง Shaft (2019) ได้อย่างลื่นไหล ให้น้ำหนักตัวละครได้ดี และมีฉากโชว์ความเก๋าและฝีมือของ Shaft อยู่บ่อยครั้ง เพื่อย้ำเตือนให้ผู้ชมรู้ว่า …นี่คือ Shaft นะ!

สิ่งที่ยังเป็นปัญหาชัดเจนคือ บทภาพยนตร์ที่พยายามใส่ความเป็นคู่หูระหว่างพ่อลูกลงไป ซึ่งไม่มีประเด็นอะไรให้ผู้ชมได้มีอารมณ์ร่วมมากนัก นอกเหนือจากการแสดงให้เห็นคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันของตัวละครจาก 2 ยุค ซึ่งไม่มีอะไรใหม่สำหรับยุคนี้

ปมการสืบสวนต่างๆ ในภาพยนตร์ทำได้พอประมาณ มีการหยิบยกประเด็นความชัดแย้งด้านเชื้อชาติมาใช้ แต่ก็มิได้ลงลึกในรายละเอียด เนื่องจากต้องการไปโฟกัสที่ตัวละครพ่อลูกมากกว่า

ในส่วนของมุขตลกนั้น ทิม สตอรี สามารถคุมโทนในส่วนนี้ได้ดี ไม่มีมากจนเลอะ แต่ในขณะเดียวกันกลับไปลดทอนความน่าเชื่อถือของตัวละครลงไป

ฉากที่น่าประทับใจ ซึ่งแสดงให้เห็นทั้งปัญหาระหว่าง Shaft ผู้พ่อ และ Maya ไปจนถึงการที่ Shaft Jr. พยายามเผยความในใจกับ Sasha (รับบทโดย อเล็กซานดร้า ชิปป์) หญิงสาวคนสนิทที่ตนเองหลงรัก คือ การดวลปืนในร้านอาหาร ที่ค่อนข้างจะโกลาหล แต่การตัดต่อและดนตรีประกอบนั้นช่วยยกระดับความบันเทิงขึ้นมาได้มากทีเดียว

อีกสิ่งที่น่าจดจำคือ ดนตรีประกอบในสไตล์ Classic, Soul และ R&B จากฝีมือการประพันธ์ของ Chris Lennertz (คริสโตเฟอร์ เลนเนิร์ตซ) ผู้ชนะรางวัล Grammy ก็ช่วยประคองอารมณ์ของภาพยนตร์ให้มีกลิ่นอายย้อนไปถึง Shaft ภาคก่อนๆ ได้อย่างน่าชื่นชม

Samuel L. Jackson คือ Shaft แห่งยุคนี้
สำหรับนักแสดงนั้น ถึงแม้ว่าบทส่วนใหญ่จะเทมาทาง Jessie T. Usher (เจสซี่ อัชเชอร์) ผู้รับบท John Shaft Jr. ค่อนข้างมาก เพื่อให้สานต่อตำนานของ Shaft ในอนาคต แต่ด้วยฝืมือการแสดงระดับสุดยอดของ Samuel L. Jackson (ซามูเอล แอล. แจ็กสัน) ก็แทบจะทำให้เขากลายเป็นแกนหลักของเรื่อง มีสีสัน และมีความน่าสนใจมากกว่า

เขาทำให้ Shaft กลายเป็นตัวละครของเขาได้อย่างสมบูรณ์

อีกทั้งผู้ชมจะได้เห็น Richard Roundtree (ริชาร์ด ราวด์ทรี) ผู้รับบท Shaft ในตำนานกลับมาปรากฏตัวบนหน้าจออีกครั้ง

ในขณะที่ Regina Hall (เรจินา ฮอล) ที่เคยรับบทคอเมดีมาอย่างมากมายในอดีต เธอก็ดูนิ่งขึ้นตามอายุของตัวละคร ดูมีเสน่ห์มากขึ้น แต่ก็ยังขัดแย้งกับบุคลิกของ Maya ที่ไม่ชัดเจนว่าจะเป็นแม่แบบจริงจัง หรือเป็นคุณแม่วีนแตกกันแน่

สรุป
ถ้าเปรียบเทียบกับเวอร์ชันปี 2000 แล้วนั้น Shaft (2019) ดูจะมีดีกรีความระห่ำน้อยลง เน้นหยอดมุขตลกมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามสมัยนิยม แต่นั่นกลับไปลดทอนอารมณ์แอคชันแบบดั้งเดิมลงไป

หรืออาจเปรียบได้ว่า Shaft เมื่อปี 2000 เป็นเหมือนกับกาแฟดำรสเข้มที่แฟนๆ คุ้นเคยกันดี ส่วน Shaft เวอร์ชันล่าสุดนี้เป็นเหมือนคาปูชิโนที่เพิ่มนมลงไป ทำให้มีรสหวานมากขึ้น ทานง่ายขึ้น ซึ่งทำให้เกิดความไม่คุ้นชิน และขาดเอกลักษณ์ดั้งเดิมไป

แต่ด้วยองค์ประกอบโดยรวม ทั้งนักแสดง ผู้กำกับ สไตล์เท่ของตัวละครหลัก และดนตรีประกอบ ยังคงทำให้ผู้ชมได้นึกถึงความเป็น Shaft ได้อยู่

ดูหนังออนไลน์

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *