หนังน่าดู Netflix เรื่อง Don’t Breathe ลมหายใจสั่งตาย

Don’t Breathe บอกเล่าเรื่องราวของสามโจร

Don’t Breathe บอกเล่าเรื่องราวของสามโจร

Don’t Breathe บอกเล่าเรื่องราวของสามโจร ดวงกุดที่บุกเข้าไปปล้นเงินในบ้านของชายตาบอด โดยที่พวกไม่รู้เลยว่า ชายตาบอดคนนี้คือทหารผ่านศึกที่มีฝีมือในการรบและการป้องกันตัวเป็นเลิศ เกมแมวไล่จับหนูระหว่างสามโจรและชายตาบอดจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างระทึกขวัญ

Don’t Breathe นำแสดงโดยเจน เลวี (Evil Dead), ดีแลน มินเน็ตต์ (Goosebumps), แดเนียล โซวัตโต้ (It Follows) และสตีเฟน แลง (Avatar, Avatars 2, 3 และ 4 ที่ยังไม่เข้าฉาย) เฟเด้ อัลวาเรซ (Evil Dead) รับหน้าที่กำกับจากบทภาพยนตร์ที่ร่วมเขียนโดยโรโด้ ซายากิวส์ (Evil Dead)

ใน Don’t Breathe เพื่อนสามคนที่ทำการปล้นหลังจากวางแผนมาอย่างดีหลายต่อหลายครั้ง ตัดสินใจทำการปล้นครั้งสุดท้าย ในตอนที่พวกเขาได้ยินเกี่ยวกับชายตาบอดที่ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังในย่านที่ไม่ค่อยมีผู้คนอาศัยอยู่ในดีทรอยท์ “แต่พวกเขากลับขาดข้อมูลสำคัญบางอย่างไป” อัลวาเรซก่าว “ผู้ชายคนนี้มีความสามารถอย่างไม่ธรรมดาและโหดเหี้ยมสุดๆ ถึงขั้นที่ว่าดูจะผิดมนุษย์มนา เขาจะไม่ยอมปล่อยให้พวกเขาได้เงินไปโดยไม่มีการต่อสู้จนถึงที่สุดหรอกครับ”

ตัวละครเอกที่มีมิติทั้งสามตัวพวกเขาต่างก็มาถึงทางตันและต้องการจะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง แรงขับเหล่านี้ นำพวกเขาไปสู่บ้านที่พวกเขาเชื่อว่ามีเงินมากพอที่จะช่วยเหลือพวกเขาได้ ในแง่หนึ่ง  มันเป็นนิทานสอนใจเกี่ยวกับการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมแบบทริลเลอร์ ไม่มีตัวละครตัวไหนน่าชื่นชมไปซะทั้งหมด และนั่นก็เป็นเรื่องที่ผู้กำกับตั้งใจเอาไว้แต่แรก ซึ่งผู้กำกับไม่ต้องการจะถูกป้อนข้อมูลว่าใครเป็นคนดีหรือเลวในเรื่องนี้ ไม่มีใครเป็นนักบุญหรอก ทุกคนต่างก็มีแรงจูงใจที่ไม่ชอบมาพากล ผู้ชมต้องเลือกคนที่คุณจะรู้สึกมีความเชื่อมโยงเอง

โจรสมัครเล่น 3 คน บุกบ้านชายชราตาบอดตัวคนเดียว เพื่อหวังขโมยเงิน แต่เรื่องพลิกผัน เมื่อชายชราคนนั้นดันเป็นทหารเก่า จากงานที่ดูเหมือนง่าย จึงกลายเป็นรากเลือดแทน โดยเฉพาะเมื่อทุกอย่างตกอยู่ในความมืดมิด คนตาบอดคือราชา

นี่คือเรื่องย่อคร่าวๆ ของ “Don’t Breathe” หนังที่ตัวอย่างแทบจะ Spoil เรื่องราวไปกว่าร้อยละ 70 แล้ว แม้จะยังมีบางอย่างที่ไม่ได้เล่าไว้ในตัวอย่าง แต่บางอย่างเหล่านั้นก็ไม่ได้ถึงขั้นเป็นจุดพลิกผันของเรื่องเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม Don’t Breathe เป็นหนังที่จัดอยู่ในประเภทเดียวกับ “The Shallow” หนังสาวสวยปะทะฉลามในทะเลน้ำตื้น นั่นคือต่อให้เรารู้เนื้อเรื่องเกือบหมดแล้ว จากตัวอย่างที่ Spoil แบบไม่บันยะบันยัง แต่มันก็ยังเป็นหนังที่ “ดูสนุก” มากอยู่ดี เพราะมันต่างเป็นหนังที่เล่นกับ “จังหวะ” ได้ดีมาก

เนื้อเรื่องที่ดูไม่มีอะไร แต่เมื่อคนเล่า รู้จักเล่าอย่างมีชั้นเชิง มันก็กลายเป็นหนังที่โคตรสนุกได้ ซึ่งกรณีของ Don’t Breathe มันมีจังหวะหนังที่พอดีๆ ไม่เร่งเกิน ไม่ช้าเกิน ไม่มีจังหวะตุ้งแช่มาหลอกให้คนตกใจเล่นๆ แต่เน้นสร้างความระทึกจากการบีบคั้นของสถานการณ์ รวมถึงการเลือกใช้ “เสียงเงียบ” ที่เงียบจนได้เสียงลมหายใจ ในบางช่วงบางตอน ที่ต้องชมเลยว่าการใช้แต่ละครั้งทำได้อย่างพอเหมาะพอเจาะมาก เพราะมันยิ่งช่วยเร่งเร้าความวังเวงและหวาดกลัวเข้าไปอีก จนรู้สึกเลยว่าทำไมต้อง “Don’t Breathe”

 

นอกจากนี้ อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Don’t Breathe เป็นหนัง Thriller ที่ดูสนุก ก็คือมันมีความสมน้ำสมเนื้อระหว่าง “ผู้ล่า” และ “ผู้ถูกล่า” รวมถึงในบางครั้งผู้ล่าก็สามารถกลายเป็นผู้ถูกล่าเสียเองด้วย ตัวละครทั้ง 2 ฝั่งไม่ได้เก่งกาจไปเสียหมด ฝ่ายโจรสมัครเล่น แม้จำนวนคนจะเยอะกว่า สายตาตาดี แถมยังดูว่องไว้แข็งแรงเพราะอายุยังไม่เยอะ แต่ด้วยความเป็นโจรมือใหม่ เลยยังค่อนข้างอ่อนประสบการณ์ ลนลาน อาวุธและฝีมือการต่อสู้ก็น้อยกว่า ขณะที่ฝั่งชายชราตาบอด แม้จะได้เปรียบด้านสถานที่ อาวุธ และความมืด ทั้งยังมีสกิลทหารเก่าอีก แต่เขาก็ไม่ได้เทพขนาดนั้น ความพิการทางสายตาก็เป็นข้อเสียเปรียบที่ทำให้เขาพลาดเป้าได้เหมือนกัน

ทั้งฝั่งโจรและชายชรายังดูเป็นตัวละครสีเทาๆ (หนักไปทางเทาเข้ม) ด้วยกันทั้งคู่ แต่ขณะเดียวกันก็มีมุมน่าสงสารที่เป็นเหตุผลรองรับการกระทำเช่นกัน ทำให้เมื่อมาปะทะกัน บางทีก็ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะลุ้นให้ฝ่ายไหนให้ชนะดี ใจหนึ่งก็อยากให้โจรหนีรอดได้ แต่อีกใจก็อยากให้ชายชราฆ่าให้หมด รู้ตัวอีกทีก็ลุ้นไปกับทั้ง 2 ฝ่ายไปทั้งเรื่องแล้ว

ในปีนี้เราจะเห็นได้เลยว่ามีหนังดีๆหลายเรื่องที่ไม่ใช่หนังดังเปรี้ยงปร้างก่อนฉายมาตั้งแต่แรก แต่เมื่อรอบสื่อได้เริ่มทำการฉายก็ได้คำชมจากนักวิจารณ์และนักรีวิวกันจนเป็นกระแสในโซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือพูดง่ายๆก็คือดีจนเอาไปพูดกันปากต่อปาก ทำให้หนังเรื่องนั้นประสบความสำเร็จไปอย่างสวยงาม Don’t Breathe ก็เป็นหนังม้ามืดอีกหนึ่งเรื่องที่มีพล็อตเรื่องที่น่าสนใจไม่เลวเลยทีเดียว

เนื้อเรื่องหลักๆของหนังเรื่องนี้คือกลุ่มวัยรุ่น 3 คน ชาย 2 หญิง 1 ที่รับงานเป็นหัวขโมยออกเที่ยวปล้นบ้านคนอื่นไปเรื่อยๆ และก็ประสบความสำเร็จทุกครั้ง และครั้งนี้พวกเค้าก็ได้รับงานให้ไปปล้นบ้านชายแก่ตาบอด แต่ใครจะไปคาดคิดว่าการเข้าไปในถิ่นของคนตาบอด…มันจะกลายเป็นฝันร้ายของพวกเขาไปตลอดชีวิต

หนังเรื่องนี้มีความยาวเพียงแค่ประมาณ 90 นาที เท่านั้น ดังนั้นตัวหนังเลยมีการเกรินนำแค่นิดเดียว เพียงแค่ 10 นาที หนังก็จะพาคุณเข้าไปดื่มด่ำสู่โลกของชายตาบอด อีก 80 นาที คือการมันส์ระทึกที่ไม่มีหยุดจนหนังจบ เรียกได้ว่าจัดหนักจัดเต็มแบบไม่มีพักเลยทีเดียว หนังเริ่มเรื่องด้วยการโชว์ปล้นบ้านของคนอื่นตั้งแต่แรก ซึ่งถ่ายทอดให้ดูเหมือนว่าวัยรุ่นกลุ่มนี้ค่อนข้างชำนาญการปล้นพอสมควร แต่พอมาปล้นบ้านตาแก่คนนี้กลับทำอะไรสะเพร่าและชุ่ยเสียเหลือเกิน ใจร้อนเลือดร้อนอยากได้ตังค์ทำให้มันดูไม่เมคเซ้นท์เท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่จุดที่สำคัญอะไรมาก

พล็อตเรื่องของหนังก็ไม่มีอะไรมาก มันคือการไล่ล่ากันในบ้านปิดตายเหมือนที่หนังเรื่องอื่นๆเค้าเคยทำกันเอาไว้ แต่ผู้กำกับคนนี้กลับมีไอเดียที่สดใหม่มานำเสนอ จุดที่น่าสนใจคือ “กลุ่มเด็กวัยรุ่น 3 คนเนี่ยนะ จะสู้ชายแก่ตาบอดไม่ได้” มันทำให้ตัวหนังน่าสนใจและน่าค้นหาว่าเพราะอะไรพวกเค้าถึงต้องหนีหัวซุกหัวซุน

ตัวหนังมีฉาก Jumpscare (ฉากแฮ่!! ตุ้งแฉ่!!) อยู่บ้างเล็กน้อย โดยจุดที่ทำได้ดีก็คือบางฉากมันโผล่มาแบบไม่ทันตั้งตัว หรือบางฉากมันบอกให้เราตั้งตัวแล้ว แต่ก็ยืดเวลาออกไปให้เราได้ลุ้นกันว่ามันจะโผล่มาหรือเปล่าเดาใจไม่ถูก มันลุ้นตรงเนี้ย !! โทนหนังและมุมกล้องทำได้ดีมากครับ ในฉากไล่ล่าในความมืดมีการใช้เทคนิคกล้องแบบ Night Vision ขาวๆอมเขียวๆ ทัศนวิสัยไม่ค่อยดีทำให้เราเองก็มองไม่ค่อยถนัดเหมือนกับตัวละคร บางฉากก็ทำให้เราเห็นก่อนตัวละคร ทำให้คนในโรงทำเสียง ฮึ้ยยยยย~~~ ลุ้นจนตัวโก่งไปเลย

ตอนดูต้องยอมรับเลยว่าเอาใจช่วยเหล่าวัยรุ่นสุดๆถึงแม้จะเป็นคนหาเรื่องใส่ตัวเองก็เถอะ ลุ้นมากๆว่าจะเอาชีวิตรอดกันออกมายังไง บางฉากนี่ถึงกับกลั้นหายใจตาม (เพื่อนผมบางคนถึงกับต้องเอามือปิดตาและดูผ่านร่องนิ้วเอา) บ้านก็ลึกลับซับซ้อนซะเหลือเกิน ตาแก่ก็ “โหดสลัดรัสเซียโคลัมเบียปากีสถาน” เอามากๆ มันจะโหดอะไรได้ขนาดนี้ อยากให้ลองนึกถึงเจ้าถิ่นที่คุ้นเคยและชำนาญการในบ้านของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องมีแสงไฟเพราะยังไงก็มองไม่เห็นอยู่แล้ว แต่กลุ่มเด็กวัยรุ่นที่ไม่เคยเข้าไปที่นั่นมาก่อนกลับต้องเข้าไปอยู่ในความมืดและไม่คุ้นเส้นทาง แค่นี้ก็รู้แล้วว่าใครได้เปรียบเสียเปรียบ แถมตอนท้ายเรื่องยังแอบมีจุดหักมุมเล็กๆน้อยๆให้พอหวือหวา แถมยังทิ้งปมตอนจบให้คนดูได้คิดกันนิดๆหน่อยๆพอหอมปากหอมคอ

สรุป

พูดมาจนถึงตอนนี้ต้องบอกเลยว่า Don’t Breathe เป็นหนังอีกเรื่องนึงของปีนี้ที่ผมชื่นชอบ โดยให้คะแนนไว้ที่ 7.8 เต็ม 10 ถามว่าคะแนนที่เหลือหายไปไหน? หนังมีจุดที่ลุ้นระทึกอยู่เยอะพอสมควรและก็ทำได้ดี แต่ยังดีไม่สุด คือมันเกือบจะสุดแล้วมันก็จบไป เป็นแบบนี้เกือบตลอด ถ้ายืดเวลาออกไปอีกซัก 10 นาที แล้วกระจาย 10 นาที นี้ไปตามฉากต่างๆให้มันได้ลุ้นหนักกว่าเดิมผมว่ามันจะเป็นอะไรที่สุดยอดเอามากๆ โดยรวมแล้วมันเป็นหนังที่ดีเรื่องนึงเลยครับ ควรค่าแก่การไปดูและไม่เสียดายตังค์เลยที่ได้เข้าไปดู

ดูหนังออนไลน์

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *