begin again เพราะรักคือเพลงรัก

begin again

begin again

begin again หนังเรื่องนี้มีตัวเอก หลักจริงๆ อยู่ 2 นักแสดง ซึ่งก็คือ เกร็ตต้า แสดงโดย เคียร่าไนห์สี่ (จาก pirate of the caribbean ซึ่งในเวลานั้น เธอก็มองเป็น ผู้หญิงดิบ ๆ สู้คน อยู่แล้ว ) เพียงพอ มาเล่น เรื่องนี้ คิดว่าเคมี ของเรื่อง กับคุณ เข้ากันได้ โดย บทที่ คุณได้รับ ก็จะ เป็นสาวนักดนตรี ที่จริงๆ สุดแต่งเพลงเพื่อ ความสนุกของตัวเองเป็นหลัก

แต่กลายเป็นว่าการแต่งเพลงเอง ร้องเพลงเองได้ทำให้เธอไปพบกับแดนโปรดิวเซอร์มือทองที่กำลังตกอับโดยบังเอิญเพราะถูกหุ้นส่วนไล่ออก โดยบังเอิญอีกเช่นกันที่ในคืนนั้น เกร็ตต้าโดนสตีฟเพื่อนสนิท(แสดงโดยเจมส์ คอร์เดน)ขอให้เกร็ตต้าไปเล่นดนตรีบนเวที ในขณะที่แดนกำลังก๊งเหล้าอยู่ได้ยินเสียงเพลงก็จึงติดใจ อยากจะปั้นให้เธอเป็นศิลปินในค่าย

ด้านล่างจะเป็นการสปอยล์เนื้อเรื่องในช่วงแรกๆของเรื่องเพื่อความเข้าใจของผู้อ่านในการไปดูหนัง แต่ถ้าอยากอ่านก็อ่านได้ ไม่ได้สปอยล์จนจบ

เนื้อเรื่องเริ่มต้น นั้นจะเป็นการตัดไปมาระหว่างตัวละครสองตัวคือแดนกับเกร็ตต้า ที่เป็นคนละมุมมองและเนื้อเรื่องจะค่อยๆเล่าเรื่องราวของตัวละครสองตัวนี้ออกมา ซึ่งทั้งสองตัวละครนั้น ในเริ่มต้นเรื่องจะผิดหวังกับเรื่องของความรักมาเหมือนกัน โดย เกร็ตต้านั้นมีแฟนคนหนึ่งชื่อเดฟ ซึ่งเดฟนั้นเป็นศิลปินนักร้อง (แสดงโดยอดัม เลวิน นักร้องนำวงมารูนไฟฟ์) เกร็ตต้าได้ร่วมกันแต่งเพลงกับแฟนของเธอมาตลอดและมาค้นหาความฝันด้วยกันในนิวยอร์ค

>>> ดูหนังออนไลน์ฟรี <<<

แต่กลายเป็นว่าแฟนของเธอ เมื่อเริ่มจะไปได้ดี กลับนอกใจเธอไปรักผู้หญิงคนอื่น จึงทำให้เธอเคว้งจนต้องไปอาศัยอยู่กับเพื่อน ไปๆมาๆเพื่อนเธอก็ลากเธอไปแสดง เนื่องจากเขาเป็นห่วงในอนาคตเกร็ตต้าและเป็นเพื่อนสนิทด้วย คือ สตีฟในเรื่องที่เป็นเพื่อนสนิทเกร็ตต้า โดยปกติแล้วเขาจะเล่นดนตรีเปิดหมวกตามถนน ส่วนกลางคืนร้องเพลงตามคลับ,บาร์ และมาพบกับเกร็ตต้า

ส่วนแดน โปรดิวเซอร์มือทองนั้น ก็เลิกรากับมิเรียมภรรยามา(แสดงโดย แคทเธอรีน คีเนอร์) แต่เขายังคงทำหน้าที่พ่อ เลี้ยงดูลูกสาวคนเดียวที่เกิดจากภรรยาเก่าก็คือไวโอเล็ต(แสดงโดยเฮียลี่ เสตนเฟลด์) ซึ่งกำลังเจอปัญหาแบบวัยรุ่นรุมเร้าชีวิตเธอ อันเกิดมาจากครอบครัวแยกทางกันและแม่เป็นคนเลี้ยงเธอมา แต่พ่อของเธอคือแดนก็ไปรับส่งลูกกลับบ้าน และทำหน้าที่ส่งเสียไวโอเล็ตเรียน

จบการเล่าเนื้อเรื่องคร่าวๆในช่วงแรก หลังจากนี้คิดว่าไม่มีสปอยล์เรื่องแล้ว จะเป็นความรู้สึกของและมุมมองของเราที่ได้จากการดูหนังเรื่องนี้ของเราเองล้วนๆ

อย่างที่หนังมันควรจะเป็นแนวของหนังเรื่องนี้ ชื่อยาวมาก ก็คือ music-romantic-comedy-drama  ยาวจนแบบ อืม…จะแนวไหนกันแน่เนี่ย จากที่เราดูนะ มัน comedy น้อยมาก คือมันแค่ยิ้มเฉยๆถ้ามีมุขนะ แต่มันไม่ใช่มุขที่คนไทยทั่วไปจะหัวเราะออกมาดังๆแน่นอน ก็คือมุขประเภทเสียดสีสังคมประมาณๆหนึ่ง (บางมุข) โดยส่วนใหญ่แล้วมันจะดราม่ามากกว่า แต่ไม่ใช่หนังเศร้า และไม่ใช่หนังครอบครัว แต่ที่แน่นอนคือ จุดเด่นเรื่องของเพลงประกอบ ซึ่งโดยส่วนใหญ่นั้นเพราะมาก

และหนังนั้นก็แสดงให้เห็นความสามารถที่ซ่อนอยู่ของเคียร่า นางเอกของเรื่องนี้ที่ไม่มีใครรู้ว่าเสียงเธอใสกิ๊งและลุคที่เป็นหญิงเท่ลุยเดี่ยว แต่ไม่ถึงกับแกร่งแรงเกินร้อย ทั้งนี้ตัวละครตัวนี้เป็นตัวละครที่ฉลาด ตามคนทัน มีไหวพริบที่ดี และกล้าชนกับปัญหาที่อยู่ข้างหน้า และยอมรับความเป็นจริงแม้บางช่วงของชีวิต มันจะโหดร้ายกับเธอมากก็ตาม นอกจากนี้การแต่งตัวของเธอก็เข้ากับบุคลิคนั่นก็คือ บางครั้งเธอก็ใส่กระโปรง

แต่ตัวละครตัวนี้ ถ้าดูแล้วจะบอกว่าไม่ธรรมดา เป็นศิลปินยุคใหม่ที่ไม่ยอมให้นายทุนหรือคนอื่นๆมาเอาเปรียบเธอได้ และกล้าทำในสิ่งที่หลุดกรอบ รวมไปถึงเป็นคนที่ทำอะไรตามใจตัวเองซะส่วนมาก นั่นก็คือ ในเรื่อง เธอจะเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างอินดี้และไม่ชอบเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตามกระแสหรือสิ่งที่เป็นความนิยม เนื่องจากจะมีฉากหนึ่งที่แดนถามว่าเธอแต่งเพลงมาทำไมถ้าไม่ได้อยากดัง ตัวเกร็ตต้าในเรื่องตอบว่าแต่งเพลงเพราะมันสนุก เหตุผลง่ายๆ

ซึ่งคนที่พูดแบบนี้ได้ เราคิดว่าเป็นคนที่มีของดีในตัว เธอจึงไม่ต้องการเติมเต็มความรู้สึกนั้นๆจากภายนอก นั้นก็คือ ตามหลักการของอับราฮัม มาสโลว์ เธอได้เลยจุดที่มนุษย์มักจะต้องการอยากให้คนภายนอกยอมรับไปแล้ว นั่นก็คือ สำหรับเกร็ตต้า เธอเป็นผู้หญิงที่เข้าใจในตัวเอง และรู้ว่าตนเองชอบหรือไม่ชอบอะไร และต้องดำเนินชีวิตอย่างไร นั่นก็คือจุดที่อยู่สูงแล้วของทฤษฏีอับราฮัม

โดยที่เธอ เลือกที่จะเป็นผู้หญิงที่ลิขิตชีวิตของตนเองและเดินไปข้างหน้าอย่างภาคภูมิใจโดยไม่ต้องให้คนอื่นตัดสินว่าเธอมีค่าหรือไม่มีค่า และไม่ทิ้งชีวิตและความฝันของไปเพราะผู้ชายเพียงคนเดียว งานดนตรีและการแต่งเพลงของเธอ(ตามเรื่อง)จึงมีความสด และดิบอยู่ในเพลง ซึ่ง ในเพลงนี้จะแสดงสิ่งนั้นออกมาในเพลง ก็คือ ความ raw ของ unplug ที่ใช้แค่กีตาร์โปร่งตัวเดียวกับเสียงหวานๆแอบแหบห้าวเล็กน้อย ทำให้เพลงออกมามีเสน่ห์มากๆ

ส่วนตัวละครหลักอีกตัวนั่นก็คือแดน(มาร์ค รัฟฟาโล ที่แสดงเป็นพี่ฮัลก์ ) แดนตกอยู่ในสภาวะของคนที่ประสบความสำเร็จทั่วไปตามความฝันของอเมริกันดรีม นั่นก็คือ เขาได้ทั้งกล่อง(รางวัล) ชื่อเสียง การยอมรับนับถือ และเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตคนหนึ่ง เพียงแต่การประสบความสำเร็จในชีวิตของเขา ต้องแลกมาด้วยการแตกร้าวของครอบครัวเขาเอง ถ้าเราอายุประมาณนึง คุณจะเห็นว่าเพื่อนของคุณเริ่มแต่งงานกันไปทีละคน ๆ

ซึ่งในหมู่เพื่อน เราไม่รู้เลยว่าใครจะมีชีวิตสมรสที่หวานชื่นกันไปจนกระทั่งแก่ หรืออาจจะมีการแยกทางกัน ซึ่งแน่นอนว่า ทุกคนล้วนอยากจะให้มันเป็นแบบแรกมากกว่า โดยในเรื่องนั้น แดนจัดได้ว่า เป็นคนที่เหลวเป๋วเนื่องจากผิดหวังเรื่องครอบครัวจึงทำให้เขานั้นกลายเป็นคนไม่เอาอ่าว ออกทะเลไปไกล ทั้งที่เคยเป็นโปรดิวเซอร์และศิลปินยุคก่อนที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน หนังเรื่องนี้จึงไม่ใช่หนังโลกสวย ที่ตัวละครหลักทุกตัวในเรื่อง ล้วนมีบาดแผลในเรื่องความรักทั้งสิ้น

โดยส่วนมากแล้ว คนทั่วไปมักจะเข้าใจว่า ถ้ามีครอบครัว(มีสามี,ภรรยา,ลูก) เราอาจจะมีความสุข คนส่วนมากจึงเรียกได้ว่าการแต่งงานและมีครอบครัวจะเป็นคนที่มีความสุข ถือเป็นความฝันในชีวิตของคนหลายๆคนบนโลกนี้ ไม่ว่าจะเพศใด ศาสนาใด หรือประเทศใด เพราะโดยส่วนนึงแล้ว มนุษย์ก็ยังคงเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง ซึ่งต้องการ การสืบพันธุ์และการมีครอบครัวต่อไป

แต่สิ่งที่มนุษย์แตกต่างจากสัตว์ก็คือ มนุษย์มีชีวิตอยู่ในกรอบ นั่นก็คือ กฏหมาย จารีต ประเพณี ซึ่งเรื่องนี้แตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศที่อยู่ โดยที่กรอบนั้นๆ มันทำให้คนในสังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้ ในขณะเดียวกัน ด้วยความที่ว่ามนุษย์นั้นมีความซับซ้อนแตกต่างจากสัตว์อื่นก็คือ มนุษย์มีจิตสำนึก นั่นก็คือมนุษย์สามารถรู้สึกถึงผิดชอบชั่วดีได้

นอกจากนี้มนุษย์ยังมีความอดทนต่อสัญชาติญาณดิบของตนเองพอสมควร และรู้จักยับยั้งชั่งใจ แต่ปัญหาความไม่ลงรอยกันของครอบครัว เช่น การหย่าร้างของสามีภรรยา และการนอกใจคู่ของตัวเองเราจะพบเห็นได้ทั่วๆไปในสังคม

เหมือนในกรณีของเรื่องนี้จะพบว่า เมื่อตัวเอกคือแดนประสบความสำเร็จในชีวิตระดับหนึ่งก็จริง แต่เขาอาจจะทำงานหนัก หรือไม่เลือกครอบครัว เป็นสิ่งแรกของชีวิตที่เขารักษา นั่นก็คือ เขาเลือกชื่อเสียงและความใฝ่ฝัน มากกว่าการที่จะดูแลครอบครัวคือภรรยาและลูก ซึ่งแน่นอนว่า การนอกใจนั้น นอกจากจะเป็นเรื่องนิสัยของคนๆนั้นแล้ว มันยังขึ้นอยู่กับว่า คนแต่ละคน สามารถทำให้ชีวิตงานกับครอบครัวนั้น มีความสมดุลย์กันได้หรือไม่

ซึ่งนั่นก็สะท้อนออกมาในชีวิตของแดนและเกร็ตต้า..รวมไปถึงตัวเดฟที่เป็นแฟนเกร็ตต้าเช่นกัน ที่กว่าจะรู้ว่าที่ตัวเองมี(แฟน)คือเพชรก็ได้โยนเพชรลงไปในทะเลเสียแล้ว จะไปหาอย่างนั้นที่ไหนได้อีก ในโลกนี้จะมีสักกี่คนที่เข้าใจเรา นอกเหนือไปจากพ่อแม่  คนที่ช่วยเหลือเราในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหน้าที่การงาน หรือการดูแลเรื่องทั่วๆไปในชีวิตประจำวัน และคนที่ทำให้เรายิ้ม ทำให้เรามีความสุขได้ ถ้าคุณมีแฟน นี่คือหนังที่คุณควรไปดูกับแฟนนะ

และแต่ละคนก็มีวิธีในการแก้ปัญหานี้ไม่เหมือนกัน (หมายถึงปัญหาในชีวิตรัก เช่น ทะเลาะกันกับแฟนหรือพ่อแม่พี่น้องที่รักเรา) บางคนอาจจะยอมหัก ไม่ยอมงอ คือหย่าเลย หรือถ้าเป็นพ่อแม่ด่าก็หอบห้าวหอบของออกมาจากบ้านพ่อแม่เลย แต่ทั้งนี้ในการดำเนินชีวิต ในกรณีของคู่สามีภรรยา แน่นอนว่าถึงแม้จะหย่าร้างแล้ว ถ้าหากมีลูก ก็ต้องนึกถึงลูกค่

และไม่ว่าจะเป็นพ่อหรือแม่ก็ตาม ถึงไม่ใช่สามี ภรรยาแล้ว แต่ลูกที่เกิดมา แน่นอนว่าเขาต้องการทั้งพ่อและแม่ทั้งสิ้น และนอกจากนี้ ลูกยังได้รับผลกระทบกับชีวิตแต่งงานที่ไม่สำเร็จของพ่อกับแม่พร้อมกันทั้งคู่เช่นกัน กล่าวคือ ลูกที่มาจากบ้านที่มีการแยกทางกัน จะมีทัศนคติอีกแบบกับความรัก ที่อาจจะสุดโต่งไปอีกด้านเลยก็ได้ ถ้าหนักหน่อยก็คือไม่เชื่อในความรักไปเลย ซึ่งตัวลูกสาวของแดน จะประสบปัญหานี้ในช่วงเวลาการเป็นวัยรุ่นของเธอ ซึ่งนั่นคือผลกระทบต่อชีวิตครอบครัวของพ่อแม่ที่ล้มเหลวที่มีผลต่อเด็กคนหนึ่งตามที่หนังต้องการจะสื่อออกมา

เรื่องนี้เป็นหนังที่เด็กโตประมาณหนึ่งแล้วดูได้ แต่แนะนำว่า 16 ปี ขึ้นไปจะดีกว่า เนื่องจาก ในเรื่องมีการก๊งเหล้า,แล้วก็มีนิสัยบางอย่างของตัวละครที่ไม่เหมาะสม คือผู้ปกครองต้องแนะนำถ้าพาลูกไปดู อีกประการก็คือ เนื้อเรื่องของหนัง แต่หนังมันไม่ได้มีฉากเรท มีแค่ฉากสวีทกันนิดๆหน่อยๆแล้วก็มีฉากคิสปากแบบไม่ใช่เฟรนซ์คิส คืออยู่ในข่ายหนังที่ clean

คือถ้าเด็กเล็กๆมาดูมันไม่น่าจะอิน เนื่องจากวัยเด็กนั้นมันยังเป็นวัยที่มีความฝันงดงาม เหมาะกับการ์ตูนดิสนีย์เจ้าหญิง อนิเมชันน่ารักๆมากกว่า แต่เรื่องนี้มันเป็นความฝันของตัวละครที่ค่อนข้างเรียล คือ การเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริงที่ไม่สวยงามเหมือน การ์ตูน และเป็นสิ่งที่หลายๆ คนอาจจะต้องเจอในการดำเนินชีวิต ถ้าเด็กมากเกินต้องมีการอธิบายเรื่องแล้วก็คำแนะนำประกอบ ส่วนเด็กโต ดูแล้วพ่อแม่ก็ต้องแนะนำเด็กและคอยถามเด็กว่าคิดยังไง หรือมีความรู้สึกอย่างไร ให้เด็กลองแสดงความคิดออกมาดู

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *