ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต

ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต เป็นลบและคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินที่ ‘A-’

ฟิทช์ เรทติ้งส์- กรุงเทพฯ/สิงคโปร์ – 8 พฤษภาคม 2563 : ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศปรับแนวโน้มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากล (Insurer Financial Strength Rating: IFS Rating) ของบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เป็นลบจากแนวโน้มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินมีเสถียรภาพ และประกาศคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากลที่ ‘A-’ (หรืออยู่ในระดับ “แข็งแกร่ง”)

ในขณะเดียวกัน ฟิทช์ปรับแนวโน้มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating) เป็นลบจากแนวโน้มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินมีเสถียรภาพ และประกาศคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศที่ AAA(tha)

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต

การประกาศอันดับเครดิตดังกล่าวพิจารณาจากการประเมินผลกระทบของการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสที่อาจมีผลต่อระบบเศรษฐกิจภายใต้สมมติฐานที่ระบุไว้ในส่วนท้าย ซึ่งฟิทช์ใช้สมมติฐานดังกล่าวในการประเมินตัวเลขทางการเงินเพื่อเทียบเคียงกับหลักเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตของฟิทช์และปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต (rating sensitivities) ที่ได้ระบุไว้ในการประกาศอันดับเครดิตของ MTL ในครั้งก่อน

แนวโน้มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินเป็นลบสะท้อนถึงความเสี่ยงเชิงลบที่มีต่อระดับเงินกองทุนและผลประกอบการของ MTL จากความไม่แน่นอนของผลกระทบที่อาจเกิดจากการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสและจากความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุน การคงอันดับเครดิตยังพิจารณาถึงเครือข่ายทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของ MTL ส่วนแบ่งทางการตลาดที่มีขนาดใหญ่ ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่มีครอบคลุม ช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีความแข็งแรงและการมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ซึ่งฟิทช์มีความเห็นว่าโครงสร้างธุรกิจประกันชีวิตของ MTL อยู่ในระดับที่แข็งแรง (Favourable business profile) เมื่อเทียบกับบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทย ดังนั้นจึงให้อันดับ ‘a-’ แก่ MTL ในด้านโครงสร้างธุรกิจประกันชีวิต (business profile credit factor score) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของฟิทช์

ฟิทช์คาดว่าระดับเงินกองทุนของ MTL เมื่อประเมินจากแบบจำลอง Fitch Prism Model จะปรับลดลงอยู่ในระดับพอใช้ (‘Adequate’) ในกรณีฐาน (rating case scenario) เทียบกับระดับแข็งแกร่ง (‘Strong’) ในปี 2562 ซึ่งระดับเงินกองทุนที่ปรับลดลงโดยหลักเป็นผลมาจากผลขาดทุนจากเงินลงทุนที่อาจเกิดขึ้นจากความผันผวนของตลาดทุนซึ่งบริษัทมีเงินลงทุนในตราสารทุนที่ประมาณ 15% ซึ่งสูงกว่าบริษัทประกันชีวิตอื่นที่ฟิทช์จัดอันดับเครดิต ทั้งนี้ฟิทช์เชื่อว่าส่วนทุนของบริษัทที่ไม่พิจารณาตามระดับความเสี่ยง (non-risk-based capital position) ที่อยู่ในระดับสมเหตุสมผลจะช่วยรองรับความเสี่ยงด้านสินทรัพย์และผลการดำเนินงานที่มีต่อโครงสร้างเครดิตของบริษัทได้บางส่วน ทั้งนี้คาดว่าระดับเงินกองทุนของบริษัทจะยังคงอยู่ในระดับที่สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 140% ค่อนข้างมาก

ฟิทช์เชื่อว่าผลการดำเนินงานของบริษัทอาจอ่อนตัวลงจากอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ลดลงและค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับโคโรน่าไวรัสที่เพิ่มขึ้นซึ่งจะทำให้อัตราส่วนกำไรก่อนภาษีเงินได้ต่อสินทรัพย์เฉลี่ยลดลงภายใต้กรณีฐาน อย่างไรก็ตามอัตราส่วนดังกล่าวยังคงอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับเกณฑ์ของฟิทช์สำหรับบริษัทประกันชีวิตที่มีอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินอยู่ในช่วงอันดับ ‘A’ ฟิทช์มีความเห็นว่าการที่ MTL ยึดถือแนวทางของการกำหนดเบี้ยประกันชีวิตที่ระมัดระวังเพื่อรักษาอัตรากำไรของผลิตภัณฑ์จะสนับสนุนให้บริษัทมีระดับกำไรที่แข็งแรงต่อไปได้

ความเสี่ยงด้านการลงทุนและสินทรัพย์ของ MTL อาจถูกกดดันจากสภาวะความผันผวนของตลาดทุน โดยอัตราส่วนสินทรัพย์เสี่ยง (risky asset ratio) เมื่อพิจารณาตามสมมติฐานข้างท้ายของกรณีฐานอาจจะเพิ่มขึ้นสูงเกินกว่าเกณฑ์ของฟิทช์สำหรับบริษัทประกันชีวิตที่มีอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินอยู่ในช่วงอันดับ ‘A’ ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในขณะที่ระดับเงินกองทุนของบริษัทอ่อนตัวลง อย่างไรก็ตามฟิทช์คาดว่า MTL จะยังคงดำเนินกลยุทธ์ด้านการลงทุนในระยะยาวที่ระมัดระวังอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาระดับของผลตอบแทน อ่านเพิ่มเติม

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *