เพราะเหตุนี้ ลา ลีกา จึง(น่าจะ)หลุดจากมือ บาร์ซ่า

บาร์ซ่่า

บาร์ซ่่า กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากต่อการลุ้นแชมป์ ลา ลีกา อะไรคือสาเหตุที่ทำให้พวกเขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์นี้ ทั้งๆที่เคยมีโอกาสที่ดีมาก ?

ไม่ว่าผลการแข่งขันระหว่าง เรอัล มาดริด กับ เซบีย่า จะออกมาอย่างไร ทีมที่มีโอกาสสูงสุดที่จะคว้าแชมป์ ลา ลีกา ก็จะไม่ใช่ บาร์เซโลน่า อยู่ดี ผลเสมอกับ แอตเลติโก ที่ คัมป์ นู เมื่อคืนวันเสาร์ เป็นอีกครั้งที่ตอกย้ำภาพจำของทีมชุดนี้ยังขาดคุณสมบัติของแชมเปี้ยน เพราะเมื่อถึงคราวชี้เป็นชี้ตายทีไร ก็จะเกิดผิดพลาดเสียทุกครั้งไป

เหลืออีก 3 เกม ก่อนฤดูกาลอันสุดแสนทรหดนี้จะรูดม่านลง  โรนัลด์ คูมัน กับลูกทีมคงต้องก้มหน้ารับชะตากรรมว่าทุกอย่างไม่ได้อยู่ในมือพวกเขาอีกต่อไป ทั้งๆที่เมื่อย้อนกลับไปมองแล้วก็ให้รู้สึกเสียดายอย่างยิ่ง เหตุเพราะโอกาสเปิดให้ไขว่คว้าหลายต่อหลายครั้งครึ่งฤดูกาลแรกที่อยากจะลืม 

ฤดูกาลนี้ บาร์เซโลน่า ภายใต้การนำทีมของ คูมัน ก่อความผิดพลาดตั้งแต่ออกสตาร์ทครึ่งฤดูกาลแรก เป็นเพียงไม่กี่ครั้งที่เราได้เห็น บาร์เซโลน่า อยู่ในฟอร์มการเล่นกระท่อนกระแท่นเช่นนี้ โดยทีมทำแต้มหลุดมือถึง 20 แต้มในช่วง 19 นัดแรก

แพ้ เคตาเฟ่ 0-1 ที่ โกลีเซียม อัลฟองโซ่ เปเรซ, เสมอ อลาเบส 1-1 ในบ้านตัวเอง, แพ้ กาดิซ 1-2, เสมอ บาเลนเซีย ในบ้าน 2-2,เสมอ เออิบาร์ 1-1

มองดูจากชื่อชั้นคู่แข่งแล้ว มันน่าผิดหวังอย่างมาก จริงอยู่ว่าในเกมฟุตบอลสามารถเกิดสิ่งไม่คาดฝันขึ้นได้เสมอ ทว่าด้วยชื่อชั้น บาร์ซ่า แล้ว จำนวนเกมที่เสียแต้มไปถือว่ามากเกินมาตราฐาน หาไม่แล้วพวกเขาน่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่าปัจจุบัน

บาร์ซ่่า ไปไม่เป็นกับทีมใหญ่อีกหนึ่งปัจจัยที่ฉุดรั้ง บาร์เซโลน่า ไม่ให้ทะยานไปข้างหน้าได้มากกว่านี้ก็คือฟอร์มการเล่นเวลาต้องเจอกับทีมใหญ่ด้วยกัน นอกจากพวกเขาแล้ว ลา ลีกา ก็มีทีมลุ้นแชมป์หลักๆอยู่ 2 ทีมคือ เรอัล มาดริด กับ แอตเลติโก ซึ่งเมื่อย้อนกลับไปดูผลงานแล้ว บาร์เซโลน่า ทำได้แย่จริงๆ

กับ เรอัล มาดริด คู่อริตลอดกาล พวกเขาแพ้แบบไป-กลับ ทั้งที่ คัมป์ นู 1-3 และที่ เอสตาดิโอ ดิ สเตฟาโน่ อีก 1-2  ส่วน แอตเลติโก นั้น ก็พ่าย 0-1 ที่ ว่านต๋า เมโตรโปลีตาโน่ และเสมอกันไปเมื่อวันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา 0-0

ว่ากันตามหลักของฟุตบอลีกโดยทั่วไปก็ถือว่าผิดแล้ว เมื่อคุณเสียแต้มให้คู่แข่งโดยตรง และยิ่งใน ลา ลีกา ที่ใช้กฏเฮด ทู เฮด ตัดสินในกรณีแต้มเท่ากัน ก็ยิ่งเสียเปรียบหนัก 
กล่าวคือ หาก บาร์ซ่า จบฤดูกาลด้วยการมีแต้มเท่ากับ แอตเลติโก หรือ เรอัล มาดริด ต่อให้มีประตูได้เสียมากกว่า 2 ทีมนี้สักเท่าไหร่ก็ไร้ประโยชน์ ยังไงพวกเขาก็จะเสียแชมป์อยู่ดี เพราะ เฮด ทู เฮด เป็นรอง พลาดมหันต์กับ กรานาด้า ในช่วงที่ทีมใหญ่ต่างฝ่ายต่างพลาด ทั้ง เรอัล มาดริด ที่สะดุดเสมอ 2 จาก 3 เกม ทั้ง แอตเลติโก ที่ออกไปแพ้ แอธ.บิลเบา 1-2 เวลานั้น บาร์เซโลน่า ขอแค่เล่นในบ้านและเอาชนะ กรานาด้า ให้ได้ พวกเขาจะกุมความได้เปรียบมหาศาลทันที

ก่อนเกมทั้งกูรู ทั้งสื่อต่างๆรวมถึงแฟนบอลต่างเชื่อมั่นว่า บาร์ซ่า มีโอกาสที่จะทะยานเข้าป้ายคว้าแชมป์สูงมาก เพราะเกมกับ กรานาด้า นั้นไม่ใช่ของยากจนเกินไป ด้วยคุณภาพของคู่แข่ง ด้วยการเล่นในบ้าน (แม้จะไม่มีคนดูก็ตาม) แต่ บาร์ซ่า กลับพลาดชนิดไม่น่าเชื่อ ! ทั้งๆที่ครึ่งแรกเล่นได้ยอดเยี่ยม และออกนำไปก่อน ทุกอย่างอยู่ในกำมือหมดแล้ว แต่กลับมาครึ่งหลังแนวรับก่อความผิดพลาด 2 ครั้งและกลายเป็น 2 ประตูจนพ่ายแพ้ไปอย่างพลิกล็อคพูดกันเยอะมากว่าหากสุดท้าย บาร์ซ่า ไม่ได้แชมป์ ลา ลีกา ซีซั่นนี้ เกมกับ กรานาด้า นี่แหละที่จะคอยหลอกหลอน คูมัน กับลูกทีมไปอีกนาน ก็เห็นว่าจะจริง !

ความผิดพลาดที่ต้องจ่ายด้วยราคาแสนแพง
หากไม่กล่าวเฉพาะเจาะจง ในภาพรวมปีนี้ เราก็จะเห็นได้ว่า บาร์เซโลน่า มักก่อความผิดพลาดอยู่เสมอๆโดยเฉพาะในเกมรับ ซึ่งพลาดแต่ละครั้ง มักลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ หรือเสียแต้ม

บาร์เซโลน่า คือทีมที่มีเกมรุกดีที่สุดใน ลา ลีกา โดยยิง 80 ประตูจาก 35 นัด ทว่าเกมรับของพวกเขาก็มักทำให้ทุกอย่างมันพังลงมาอยู่หลายต่อหลายครั้ง

ต้องให้เครดิต คูมัน ที่ปรับแก้ระบบการเล่นจากหลัง 4 มาเล่นระบบ 3 เซนเตอร์แบ็กจนเกมรับเหนียวแน่นขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น แผงหลังก็ยังมีความผิดพลาดส่วนบุคคลเกิดขึ้นอยู่คาแรกเตอร์ 

บางครั้งบางเกม บาร์เซโลน่า ยังขาดซึ่งความห้าวหาญดุดัน ไม่ค่อยกล้าได้กล้าเสียเท่าที่ควร ซึ่งตรงจุดนี้ อาจเป็นเพราะแท็คติก หรือตัวนักเตะด้วยส่วนนึง เช่นเกมกับ แอตเลติโก ที่ คัมป์ นูบางช่วงบางตอน เราจะเห็นได้ว่าลูกทีมของ โชโล่ ขยับเข้าหา เปิดเกมรุกได้น่าดูขมกว่าด้วยซ้ำ หรือในช่วงครึ่งหลังที่ บาร์ซ่า กลับมาคุมสถานการณ์ไว้ได้ ก็ยังไม่กล้าที่จะเดินหน้าอย่างเต็มตัว ทั้งๆที่ว่ากันตามจริงแล้ว ผลเสมอกับแพ้ก็แทบไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่

บทสรุป ทางทฤษฏี บาร์ซ่า ยังมีโอกาสเป็นแชมป์ แต่ด้วยเหตุผลต่างๆที่เขียนถึงมาข้างต้น มันคงเป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์ทีเดียว หากว่าลงเอยแล้วเป็นพวกเขาที่ปาดหน้าคว้าแชมป์ ลา ลีกา ไปครอง

เพราะ บาร์ซ่า ชุดนี้ยังขาดคาแรกเตอร์ และขาดคุณสมบัติสำคัญบางประการ โดยเฉพาะความนิ่ง, ความกล้าหาญ และความเด็ดขาดในห้วงเวลาสำคัญ

อย่างไรก็ตาม มองในแง่ดี หากเทียบจากเหตุการณ์วันที่โดน บาเยิร์น มิวนิค ไล่ถล่มขาดลอย ต่อด้วยปัญหาของฝ่ายบริหาร กับ เมสซี่ ที่พยายามจะย้ายออกจากทีมการเริ่มต้นฤดูกาลท่ามกลางปัญหาสารพัน แล้วลงเอยด้วยการได้ไล่บี้แชมป์จนถึงบั้นปลาย ก็นับได้ว่า บาร์ซ่า ยุคใหม่มาได้ไกลแล้ว เชื่อเหลือเกินว่าปีหน้า หากยังไม่หยุดพัฒนาพวกเขาจะยกระดับขึ้นมาเป็นทีมที่เพียบพร้อมและน่ากลัวกว่านี้ แทงบอลออนไลน์

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *